การชะลอวัย เริ่มต้นได้ด้วยการทานอาหารที่มีสารต้าน อนุมูลอิสระ

อนุมูลอิสระ เป็นตัวเร่งความเสื่อมสภาพที่สำคัญในร่างกายของเรา สร้างความเสียหายต่อเซลล์ และ สามารถขยายวงกว้างเรื่อย ๆ เกิดขึ้นจากการที่ร่างกายได้รับสารพิษจากสิ่งแวดล้อม มลพิษ อาหาร รวมไปถึงแสงแดด โดยอนุมูลอิสระเพียงโมเลกุลเดียวสามารถทำให้เกิดอนุมูลอิสระขึ้นในร่างกายได้อีกจำนวนมาก เป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน แม้ในร่างกายจะมีกระบวนการป้องกันความเสื่อมที่เกิดจากอนุมูลอิสระอยู่แล้ว แต่การเลือกทานอาหารที่มี “สารต้านอนุมูลอิสระ” จะช่วยเป็นกำลังเสริมให้ร่างกายได้อีกแรง อาหารหรือผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และ มีประโยชน์ต่อร่างกายนั้นสามารถหาทานได้ในชีวิตประจำวัน จึงเป็นวิธีชะลอวัยที่สามารถทำได้ทุกคน

    • ถั่วต่าง ๆ เป็นแหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินอี ที่จะช่วยฟื้นฟูเยื่อผิว รักษาความชุ่มชื้น และ ปกป้องผิวจากรังสียูวี

    • บรอกโคลี อุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ซึ่งคอลลาเจนเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มความแข็งแรง และ ความยืดหยุ่นให้กับผิว และ ยังมีลูทีนที่ดีต่อความจำ

    • มันหวาน สีส้มเหลืองของเนื้อมันหวานมีที่มาจากสารต้านอนุมูลอิสระสำคัญที่ชื่อ “เบต้าแคโรทีน” ที่จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอซึ่งมีส่วนช่วยฟื้นฟูความยืดหยุ่นของผิว ลดริ้วรอยเหี่ยวย่น

    • มะละกอ ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ วิตามิน และ แร่ธาตุมากมายที่จะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว และ ลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆ

    • ดาร์กช็อกโกแลต ฟลาโวนอยด์ในดาร์กช็อกโกแลตสามารถปกป้องผิวจากอันตรายของรังสียูวี และ เพิ่มการไหลเวียนของเลือดสู่ผิว

ชะลอวัย

การชะลอความชรา หรือ Anti – aging เคล็ดลับ 3 สมดุล เพื่อการชะลอวัย

เดี๋ยวนี้หันหน้าไปทางไหน ใครๆต่างก็พูดถึงการชะลอความชรา หรือที่เรียกกันว่า Anti – aging แม้แต่ภาพยนตร์ โฆษณา หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ก็มีการนำเอาคำ Anti – aging มาใช้กันจนเกร่อ

เคล็ดลับ 3 สมดุลที่หมอแนะนำ

1.ออกกำลังกาย
การออกกำลังกายถือเป็นยาอายุวัฒนะ เพราะเป็นการรักษาน้ำหนักที่ดีที่สุดช่วยลดความดันโลหิต เพิ่มความเข้มแข็งให้กล้ามเนื้อหัวใจ ลดน้ำตาล ลดไขมันเลว เพิ่มไขมันดี ลดความความเครียดการออกกำลังกายที่ดีต้องมีครบทั้ง 3 ส่วน คือ

1.1 การยืดกล้ามเนื้อ (Stretching)
1.2 การยกน้ำหนัก (Weight resistance)
1.3 การออกกำลังกายแบบแอโรบิค (Aerobic exercise)

2.อาหาร
โดยเฉพาะอาหารเช้าจัดเป็นมื้อที่สำคัญที่สุดของวันอาหารเช้าที่ครบถ้วนทุกหมวดหมู่ถือเป็นรากฐานของการมีสุขภาพที่ดีและไม่แก่ชราเผาพลาญของร่างกาย การไม่รับประทานอาหารเช้าจะทำให้ร่างกายต้องใช้อาหารที่สะสมไว้ที่ตับและไขมัน ทำให้เกิดกรด “แล็คติค” ที่จะไปทำลายอวัยวะต่างๆ ทำให้อวัยวะเสื่อมทีละน้อย ที่สำคัญอีกเรื่องคือ การเคี้ยวอาหารให้ช้าลง เพราะต้องให้เวลากับสมองที่จะรับรู้ว่าเราได้รับอาหารเช้าไปแล้วและส่งสัญญาณของความรู้สึกอิ่ม

3.การนอนหลับให้เป็นเวลา
ควรเข้านอนตั้งแต่เวลา 22.00 น. เพราะการนอนหลับสนิทต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ก็จะเข้าสู่เวลาประมาณเที่ยงคืน ซึ่งเป็นเวลาที่เริ่มมีการผลิตฮอร์โมนต่างๆ ที่จะป้องกันการแก่ชราได้เป็นอย่างดี การนอนหลับสนิทก่อนเที่ยงคืน จึงเป็นปัจจัยหลักที่จะทำให้เกิดความสมดุลของฮอร์โมนต่างๆ รวมถึงโกรทฮอร์โมน ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความเยาว์วัย เป็นฮอร์โมนต่อต้านความชราตัวหลักที่สำคัญมาก

การชะลอวัย