ผ่อนปรน รถไฟฟ้านั่งติดกันได้ ดีเดย์ 1 กรกฎาคม 63 นี้

คมนาคม เตรียม ผ่อนปรน ผู้โดยสารรถไฟฟ้านั่งติดกันได้ แต่เฉพาะผู้ที่เดินทางมาด้วยกัน หรือครอบครัวเดียวกัน คาดเริ่ม 1 กรกฎาคม 63 นี้ ส่วนรถโดยสารสาธารณะอื่นๆ ที่เดินทางมากกว่า 50 นาที ยังบังคับให้เว้นที่นั่ง

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เตรียมผ่อนปรนให้ประชาชนที่เดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะรถไฟฟ้า สามารถนั่งติดกันได้ โดยไม่ต้องเว้นที่นั่งระหว่างกัน เฉพาะบุคคลที่เดินทางมาเป็นครอบครัว และที่เดินทางมาด้วยรถคันเดียวกัน แต่ยังกำหนดให้ต้องสวมหน้ากากอนามัยทุกครั้งที่ใช้บริการ โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้กรมการขนส่งทางรางไปพิจารณาว่าจะมีหลักเกณฑ์ในการออกประกาศอย่างไร

อ่านต่อ

ว่าที่หมอ เชื้อสายไทย ชนะคดีประวัติศาสตร์! หลังศาลสูงสหรัฐฯ ห้ามทรัมป์ยกเลิก DACA

เมื่อเจ็ดเดือนก่อน จิรายุทธ ลัทธิวงศกร ว่าที่นายแพทย์ เชื้อสายไทย ในสหรัฐฯ เดินเข้าสู่ศาลสูง (Supreme Court) ของอเมริกา ในฐานะโจทก์ร่วมในคดีประวัติศาสตร์ ฟ้องร้องรัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ต้องการยกเลิกโครงการ DACA (Deferred Action for Childhood Arrivals Program) ที่ให้การคุ้มครองทางกฎหมายแก่คนหนุ่มสาวผู้อพยพเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมายพร้อมครอบครัวเมื่อยังเยาว์วัย ไม่ให้ถูกส่งตัวออกนอกประเทศ

ในตอนเช้าของวันพฤหัสบดีตามเวลาในสหรัฐฯ จิรายุทธ ผู้อาศัยอยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนียโดยไม่มีวีซ่าตั้งแต่ 9 ขวบ แต่ได้รับการคุ้มครองภายใต้โครงการ DACA ก็ได้รับข่าวที่เขาและผู้เข้าร่วมโครงการคนอื่น ๆ อีกอย่างน้อย 650,000 คนรอคอยอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อคณะตุลาการศาลสูงสหรัฐฯ ปฏิเสธคำร้องของรัฐบาลของทรัมป์ที่ต้องการยุติโครงการดังกล่าว

“เปิดดูตั้งแต่ตีห้า ว่าวันนี้จะมีข่าวหรือยัง ประมาณเจ็ดโมง อยู่ดี ๆ โทรศัพท์ก็มีเสียงเยอะมาก ก็เลยรู้แล้วว่าตัดสินออกมาแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าดีหรือไม่ดี พอเช็ค คือ เพื่อน ทุกคนที่อยู่ใน lawsuit (ทุกคนที่เป็นโจทก์ร่วมในการฟ้องร้อง) ต่างก็อัพเดทกันว่า ข่าวออกแล้ว เราชนะ ทุกคนก็ดีใจกันหมด” จิรายุทธให้สัมภาษณ์กับวีโอเอไทย หนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ทราบข่าว

คำตัดสินครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของ “ดรีมเมอร์” (Dreamers) คำที่ใช้เรียกบรรดาคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่เดินทางเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมายพร้อมครอบครัวตั้งแต่ยังเด็ก และถือเป็นการสกัดกั้นความพยายามของประธานาธิบดีทรัมป์ที่จะยกเลิกโครงการอายุ 8 ปีซึ่งเริ่มต้นขึ้นในสมัยประธานาธิบดีบารัค โอบามา

โอบามาประกาศบังคับใช้โครงการ DACA โดยให้เหตุผลว่าเด็กและเยาวชนเหล่านี้เติบโต เรียนหนังสือ และใช้ชีวิตในอเมริกา ไม่ต่างจากคนอเมริกันทั่วไป เพียงแต่พวกเขาไม่มีเอกสาร หรือวีซ่า

ในขณะที่รัฐบาลของทรัมป์ มองว่า DACA เป็นโครงการที่ผิดกฎหมาย เพราะโอบามาประกาศใช้ตามอำเภอใจ โดยไม่ผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา รัฐบาลของทรัมป์ยังอ้างว่า DACA เป็นโครงการที่กระตุ้นให้มีเด็กและเยาวชนลักลอบเข้าอเมริกาผิดกฎหมายมากขึ้น และแย่งงานไปจากชาวอเมริกัน

ตุลาการศาลสูงสหรัฐฯ ปฏิเสธที่จะชี้ว่าโครงการ DACA หรือการยุติโครงการนี้ถูกหรือผิดกฎหมาย แต่พิจารณาว่าหน่วยงานของรัฐ ซึ่งในที่นี้คือ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (Department of Homeland Security) ไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนและให้คำอธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลเพียงพอในการยุติโครงการดังกล่าว ด้วยมติ 5 ต่อ 4 เสียง โดยหัวหน้าคณะตุลาการศาลสูง จอห์น โรเบิร์ตส ออกเสียงสนับสนุนตุลาการฝ่ายเสรีนิยมอีก 4 คน

เชื้อสายไทย “ไม่คาดหวังเลยว่าจะชนะ คาดหวังว่าจะแพ้ ถ้าพูดตรง ๆ เพราะเรารู้กันอยู่ว่า ตุลาการส่วนมากจะ (มีแนวคิดทางการเมือง) ออกไปทาง republican ส่วนหัวหน้าคณะตุลาการ จอห์น โรเบิร์ตส เราคาดหวังว่าเขาจะเป็น swing vote (คะแนนเสียงที่คาดเดาได้ยาก) นะครับ” จิรายุทธกล่าวกับวีโอเอไทย

“ตกใจครับ แล้วก็กำลังตะลึง กำลังค่อย ๆ คิดว่าหมายความว่าอย่างไรสำหรับชีวิตผมเอง สำหรับพัน ๆ คน และสำหรับ movement (การเคลื่อนไหว) ของ immigration rights (สิทธิของผู้อพยพเข้าเมือง) ในอเมริกา เพราะว่านี่เป็นชัยชนะแรกที่ใหญ่ระดับนี้ ตั้งแต่ทรัมป์มาเป็นประธานาธิบดี”

“เราชนะในวันนี้เพราะว่าทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่เป็นคนเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย (undocumented immigrant) ครอบครัว และพันธมิตรผู้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือเรื่องนี้ We fought for this (เราต่อสู้กันมาเพื่อสิ่งนี้)…เมื่อสองสามเดือนที่แล้ว ที่มีเรื่องการระบาดของโควิด-19 ก็แสดงให้ว่ามี (ผู้เข้าร่วมโครงการ DACA) กี่พันกี่หมื่นคนที่เป็น essential worker (คนทำงานที่ขาดไม่ได้) ในภาคเกษตร หรือในซูเปอร์มาร์เก็ต หรือเป็นหมอ เป็นพยาบาล เป็น paramedic มีคนหลายคนมากที่ช่วยแบ่งบันเรื่องของตัวเองว่าการเป็น DACA คืออะไร และมันไม่ได้ง่าย แต่เพราะทุกคนช่วยกัน เราถึงมาถึงจุดนี้ได้”

อ่านต่อ

เคาะ “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ประธานกรรมาธิการเกาะติดเงินกู้

เมื่อวันที่ (18 มิถุนายน 63) กมธ.ตรวจสอบการใช้เงินกู้ เลือก “ไพบูลย์ นิติตะวัน” ทำหน้าที่ประธาน ด้าน “สุชาติ ชมกลิ่น” ลุกล็อบบี้พรรครัฐบาล กลางที่ประชุม

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตราพระราชกำหนด 3 ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เริ่มประชุมนัดแรก จำนวน 49 คนโดยมีนายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.นครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะอาวุโสสูงสุดเป็นประธานที่ประชุมเพื่อจัดสรรตำแหน่งในคณะกรรมาธิการฯ โดยนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มองว่าการทำหน้าที่ประธานกรรมาธิการด้านการตรวจสอบ ควรเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้านทำหน้าที่เป็นประธานกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อความโปร่งใสในการตรวจสอบ เพราะเป็นเงินจำนวนมากที่รัฐบาลกู้มา ส่วนนายมุข สุไลมาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ย้ำว่า ประธานกรรมาธิการต้องเป็นบุคคลที่ทำให้สังคมยอมรับได้

ขณะที่ นายสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส.นครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ เป็นประธานกรรมาธิการ ส่วนนายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา เสนอชื่อนายกนก วงษ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน โดยมีกรรมาธิการจากฝ่ายค้านบางส่วนร่วมยกมือรับรองให้ด้วย

อ่านต่อ

เร่งล่าตัว “อู๋” ปาดคอชิงทรัพย์เจ้าของร้านชำ 68 ปี เลือดท่วมร้าน อาการโคม่า

เร่งล่าตัว “อู๋” เมื่อเวลา 21.30 น.วันที่ 17 มิถุนายน 2563 พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.บางละมุง พ.ต.ท.ณัฐกร มงคลมหา รองผกก.ป.สภ.บางละมุง รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายชิงทรัพย์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่ร้านขายของชำ ภายในซอยสุขุมวิท 71 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานเมืองพัทยารีบไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่าง นางวิรัตน์ อายุ 68 ปี เจ้าของร้านขายของชำ ได้รับบาดเจ็บที่บริเวณลำคอถูกของมีคมเป็นแผลฉกรรจ์ และบาดแผลอีกหลายจุดตามร่างกาย มีเลือดไหลอาบทั่วทั้งตัว ขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน พร้อมเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่าผู้ก่อเหตุได้เข้ามาทำร้ายร่างกายแล้วชิงเอากระเป๋าเงินไป ตนเองยกมือไหว้อ้อนวอนขอชีวิตจึงรอดตายมาได้ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนเจ้าหน้าที่กู้ภัย ปฐมพยาบาลเบื้องต้นแล้วเคลื่อนย้ายส่งโรงพยาบาลกรุงเทพพัทยาอย่างเร่งด่วน ตรวจสอบภายในร้านขายของชำพบร่องรอยการต่อสู้มีกองเลือดและฟันปลอมตกอยู่ เจาหน้าที่จึงบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน

อ่านต่อ

สาวแบงก์อุดรฯ ตวาดลูกค้าโดนสอบสวนข้อเท็จจริง มือโพสต์รุ่นแม่บอกแค่อยากสั่งสอน

สาวแบงก์อุดรฯ ธกส.สาขาน้ำโสม ต้นสังกัดพนักงานสาวตวาดลูกค้า ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงคลิป ด้านมือโพสต์คลิปรุ่นแม่บอกแค่อยากสั่งสอน ไม่คิดจะบานปลาย ทำไปต้องการให้รู้ตัว บอกลูกค้ามีแต่ตาสีตาสาคนแก่ที่ไม่รู้เรื่อง มีอะไรควรแนะนำ อย่ามาด่าคนแก่เหมือนเด็กๆ

สาวแบงก์อุดรฯ กรณีโลกโซเชียลแห่แชร์ และแสดงความคิดเห็นบนเฟซบุ๊กของผู้ใช้ชื่อว่า เพียร แก้วชนะ ได้โพสต์คลิปวิดีโอ และภาพพนักงาน ธกส.ตวาดลูกค้า พร้อมข้อความ “การศึกษาก็มี, หน้าตาก็ดี, ทำงานดี, รักษาคำพูดให้มันดีๆ หน่อย ธกส.น้ำโสม” โดยคลิปเป็นเสียงของชาวบ้านที่ไปติดต่อทำธุรกรรมที่ ธกส.อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี โดยในคลิปเป็นเสียงของพนักงานหญิงของธนาคาร พูดเสียงดังโต้ตอบกับลูกค้า ความยาว 58 วินาที โดยพนักงานหญิงพูดเสียงดัง และตวาดลูกค้า สั่งให้หยุด เงียบ ฟัง ถ้าพูดอีกคำเดียว หนูไม่เอา หนูไล่กลับบ้านทุกคน เงียบ ฟัง

ซึ่งคลิปดังกล่าวเป็นเหตุการณ์ชาวบ้านใน อ.น้ำโสม ไปติดต่อที่ ธกส.อ.น้ำโสม เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 มิถุนายน 2563 แต่เจ้าหน้าที่คนที่ชาวบ้านติดต่อไม่อยู่ แต่มีพนักงานหญิงของธนาคารมารับเรื่องแทน แต่เกิดการปะทะคารมกับชาวบ้านอย่างในคลิป ภายหลังจากมีคลิปออกไปปรากฏว่ามีการแชร์ และมีคนมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องดังกล่าวจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.อุดรธานี มาเมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน 2563 ได้เดินทางไปที่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร อ.น้ำโสม พบ นายยุทธพล แสนบัว ผู้จัดการ ธกส.สาขาน้ำโสม เพื่อขอทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งทาง นายยุทธพลฯ ให้สัมภาษณ์ว่า อันดับแรกในฐานะที่เป็นผู้จัดการ ธกส.สาขาน้ำโสม ขออภัยที่ทำให้พี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนไม่สบายใจจากเหตุการณ์เมื่อวาน ซึ่งก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ขอชี้แจงรายละเอียดว่า เมื่อวานมีสุภาพสตรีมาใช้บริการที่สาขา ซึ่งช่วงนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า เรามาตรการ Social Distancing หรือ การรักษาระยะห่าง เพื่อป้องกันโรค โควิด-19 พอดีมีน้องพนักงานสินเชื่อได้นัดลูกค้าคนนี้มา เพื่อทำสัญญาขยายระยะเวลาการชำระหนี้ โดยมีการตกลงกับพนักงานให้บริการไว้แล้ว คนอื่นตัดสินใจให้ไม่ได้ โดยมีหนังสือนัดระบุเวลา 15.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2563

แต่ด้วยความเร่งรีบของลูกค้า มาก่อนเวลา และมาเจอมาตรการเว้นระยะห่างการให้บริการ อาจจะทำให้เกิดความไม่พอใจการให้บริการที่อาจจะล่าช้าเกินกว่าปกติ มีการแสดงความไม่พอใจกับพนักงาน และลูกค้าท่านอื่น ทำให้มีปากเสียงกันกับพนักงานผู้หญิงของเรา ซึ่งทางสาขาก็ไม่นิ่งนอนใจ เพราะเราเป็นส่วนงานที่ให้บริการ เคารพต่อผู้มาใช้บริการมาโดยตลอด น้องในคลิปอาจจะอ่อนด้อยประสบการณ์ เพิ่งเป็นพนักงานที่บรรจุใหม่ อีกทั้งลูกค้าอาจมีความใจร้อนเกินไป เลยเกิดเหตุการณ์ในสิ่งที่เห็นกันตามคลิป

นายยุทธพล เปิดเผยอีกว่า ลูกค้ามานั่งรอประมาณชั่วโมงกว่าๆ ซึ่งก็ได้เข้าไปถามว่าพนักงานที่นัดไว้อยู่ไหม ก็ได้แจ้งว่าพนักงานคนนี้ออกท้องที่ จะกลับมาประมาณ 15.00 น. เพราะในใบแจ้งนัดเวลา 15.00 น. ถ้าจะคลาดเคลื่อนก็ไม่น่าจะเกิน 20 นาที ด้วยความที่น้องในคลิปอยากจะช่วยให้เหตุการณ์มันผ่านไปได้ ก็ได้เรียกไปเตรียมเอกสาร พูดคุย เผื่อเวลาคนที่นัดมาแล้ว จะได้ไม่เสียเวลามาก ลูกค้ายังแสดงความใจร้อนอยู่ ก็เลยเป็นเหตุที่เห็นในคลิป ซึ่งเป็นคลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่ไม่เต็ม เพราะมีเหตุการณ์ต่อเนื่องมาจนเป็นเหตุท้ายๆ แล้ว มันเกิดเหตุขึ้นมาแล้ว

อ่านต่อ

พม.รับพี่สาวเหยื่อถูกญาติ 7 คนรุมข่มขืน เดินทางไปอยู่ในที่ปลอดภัยพร้อมลูก 2 คนแล้ว

พม ความคืบหน้าคดีเด็กหญิง อายุ 12 ปีที่ถูกญาติ 7 คนรุมข่มขืน พื้นที่ อ.เมืองสุพรรณบุรี และตำรวจ สภ.เมืองสุพรรณบุรี รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ถูกกล่าวหา 5 ราย และเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้จับกุมตัวทั้ง 5 ราย ส่งตัวฝากขังศาลแล้ว

โดยผู้ต้องหาที่ 5. นายสุรัตน์ ภูฆัง อายุ 34 ปี เป็นน้าเขยของเหยื่อ อยู่บ้านเดียวกับเหยื่อ ได้รับการประกันตัวในชั้นศาล ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 2 ราย เป็นเยาวชน ทางพนักงานสอบสวนได้นัดมาแจ้งข้อกล่าวหาก่อนจะนำตัวให้ศาลเยาวชนและครอบครัวซักถามการจับกุมในวันที่ 18 มิถุนายน 2563 .นี้

ล่าสุด เวลา 14.30 น. ของวานนี้ (17 มิถุนายน 2563.) นางสาวบุษยาฏฐ์ มนต์คล้ำ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าหน้าที่คุ้มครองสิทธิ์ นายกเทศมนตรีตำบลบ้านโพธิ์ ผู้ใหญ่บ้านเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเดินทางไปรับตัวพี่สาวของเหยื่อ กับลูกอีก 2 คน เพื่อย้ายที่อยู่ไปอยู่ในที่ปลอดภัย เนื่องจากพี่สาวเหยื่อหากอยู่บ้านเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย ส่วนแม่ของเหยื่อเจ้าหน้าที่ยังให้อยู่ที่บ้านเดิมเนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เหตุกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด

นางสาวบุษยาฏฐ์ มนต์คล้ำ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุพรรณบุรี กล่าวว่า ได้ประชุมสหวิชาชีพร่วมกันแล้วประเมินสภาพจิตใจของพี่สาว ถ้ายังอยู่ในชุมต่อไปชีวิตความเป็นอยู่คงไม่ปกติสุขเท่าไหร่นักเนื่องจากต้องดูแลลูกของตัวเองด้วย และทางผู้ต้องหาก็ได้รับการประกันตัวออกมาทา

อ่านต่อ

รัฐมนตรีกระทรวงรวมชาติ เกาหลีใต้ ลาออก เซ่นปมร้าวศึกสายเลือดเกาหลีเหนือ

เมื่อค่ำวันที่ 18 มิถุนายน 2563 คิม ยอน ชุล รัฐมนตรีกระทรวงการรวมชาติของเกาหลีใต้ ประกาศลาออกจากตำแหน่งในวันนี้ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือที่ย่ำแย่ลง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากเมื่อวานนี้เกาหลีเหนือได้ระเบิดสำนักงานประสานงานระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ในเมืองแกซอง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการประนีประนอมระหว่างสองเกาหลี โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้เพิ่มแรงกดดันระหว่างสองประเทศให้ทวีความรุนแรงมากขึ้น

อ่านต่อ

“บ็อบ” แมวจรเซเลบ ต้นเรื่อง “A Street Cat Named Bob” เสียชีวิตแล้ว

เมื่อคืนวันที่ 16 มิถุนายน 63 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์ Hodder & Stoughton ได้แถลงการณ์ผ่านเพจ “A Street Cat Named Bob” ว่าเจ้า “บ็อบ” แมวจรสีส้ม ผู้โด่งดังจากภาพแมวสวมผ้าพันคอแปะมือกับเจ้าของ ได้เสียชีวิตแล้วในวันที่ 15 มิถุนายน ในวัยอย่างน้อย 14 ปี

“เจมส์ โบเวน” เจ้าของและเพื่อนคู่ใจของบ็อบ ก็กล่าวในแถลงการณ์ว่า “บ็อบช่วยชีวิตผม ง่ายๆ แค่นั้นแหละ มันให้ผมมากกว่ามิตรภาพ เมื่อผมมีมันอยู่เคียงข้าง ผมมองเห็นทิศทางและเหตุผลของการมีชีวิตอยู่ ซึ่งผมเคยลืมไปนานแล้ว ความสำเร็จของเราสองคนจากหนังสือและภาพยนตร์นั้นเป็นปาฏิหาริย์ มันได้พบกับผู้คนหลายพันคน ได้สัมผัสกับหลายล้านชีวิต ซึ่งไม่เคยมีแมวตัวไหนทำได้ และจะไม่มีวันทำได้ ผมรู้สึกว่าแสงสว่างในชีวิตดับลง ผมจะไม่มีวันลืมมันเลย”

ภาพความน่ารักและเรื่องราวอันน่าประทับใจระหว่างเจ้าบ็อบและโบเวน ถูกเผยแพร่เป็นไวรัลในโลกออนไลน์ตั้งแต่ราวปี 2007 ซึ่งก่อนหน้านั้น โบเวนเป็นคนไร้บ้านและติดยาเสพติดอย่างหนัก ทว่าชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไป เมื่อเขาพบกับแมวจรสีส้มที่กำลังบาดเจ็บ เขาตัดสินใจดูแลเจ้าแมวตัวนี้ และตั้งชื่อว่าบ็อบ โดยนำเงินที่จะไปซื้อยาเสพติดมารักษาบ็อบแทน ต่อมาไม่นาน ทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่หูที่ไม่อาจแยกจากกันในที่สุด

อ่านต่อ

สื่อ เกาหลีเหนือ เย้ย สำนักประสานงานเกาหลีใต้ “ถูกถล่มจนพังราบเป็นหน้ากลอง”

สำนักข่าว KCNA ของรัฐบาล เกาหลีเหนือ รายงานว่า สำนักงานประสานงานระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ซึ่งตั้งอยู่ในเมืองแกซอง เมืองชายแดนของเกาหลีเหนือนั้น ถูกทำลายจน “พังราบเป็นหน้ากลอง” ในวันนี้
รายงานข่าวจาก KCNA ระบุว่า “เมื่อเวลา 14.50 น. สำนักงานประสานงานถูกระเบิดจนพังพินาศ”

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า คิม โย จอง น้องสาวของนายคิม จอง อึน ได้ส่งสัญญาณไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะมีการทำลายสำนักงานแห่งนี้ โดยกล่าวว่า “อีกไม่นาน เราจะได้เห็นสำนักงานประสานงานอันไร้ประโยชน์แห่งนี้ถูกทำลายจนราบคาบ”

ขณะที่สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เสียงระเบิดดังสนั่นที่สำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลี และมีควันพวยพุ่งขึ้นมาจากเมืองแกซอง โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลา 14.49 น.ตามเวลาท้องถิ่นในวันนี้

สำนักงานประสานงานระหว่างสองเกาหลีได้จัดตั้งขึ้นในเดือน ก.ย. 2561 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงระหว่างนายมูน แจ อิน ประธานาธิบดีเกาหลีใต้ และนายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ในการประชุมสุดยอดซึ่งมีขึ้นในเดือนเม.ย. 2561

อ่านต่อ

ครม.มีมติเห็นชอบ “เพลงสดุดีจอมราชา-เพลงสดุดีพระแม่ไทย” เป็นเพลงสำคัญของแผ่นดิน

มติที่ประชุม ครม. เห็นด้วย ให้ เพลงสรรเสริญจอม ราชา และก็ เพลงยกย่องพระแม่ไทย เป็นเพลง สําคัญของแผ่นดินสําหรับการร้องเพลงอวยพรชัย มงคล ในช่องทางสําคัญต่างๆ

วานนี้ (16 มิถุนายน 63) นางสาว ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจํา นร แถลงผลการประชุมคณะ รัฐมนตรี (คณะรัฐมนตรี) ว่า ห้องประชุม ครม.มีมติ เห็นชอบให้เพลงสดุดจอมราชา และก็เพลงสดุดี พระแม่ไทย เป็นเพลงสําคัญของแผ่นดิน

โดยเพลงสดุดีจอมราชาเป็นเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เพื่อใช้ในการขับร้องถวายพระพรชัยมงคลในโอกาสสำคัญต่างๆ ซึ่งได้มีการแก้ไขเนื้อร้องเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จาก “ถวายพระพรจอมราชัน ธ อนันต์ ปรีชาชาญ” เป็น “ถวายพระพรองค์ราชินี คู่บารมีองค์ราชัน” และ “งามตระการสมขัตติยะไทย” เป็น “งามตระการเคียงขัตติยะไทย” และ “มหาวชิราลงกรณมิ่งขวัญปวงชนชาวไทย” เป็น “มหาราชาราชินี มิ่งขวัญปวงชนชาวไทย”

อ่านต่อ