มู่หลาน (Mulan) วีรสตรี ผู้ยิ่งใหญ่ “ฮัว มู่หลาน” จากบทกวีจีน

มู่หลาน

มู่หลาน (Mulan) เป็นตัวละครที่ มีแรงบันดาลใจ จากการนำเรื่องราว ที่มีอยู่จริง ในประวัติศาสตร์จีน ของวีรสตรี ผู้ยิ่งใหญ่ “ฮัว มู่หลาน” จากบทกวีจีน “The Legend of Hua Mulan”(花木蘭傳奇) นำมาถ่ายทอด เป็นภาพยนตร์ การ์ตูนเรื่อง มู่หลาน (Mulan) ดูซีรีย์จีน

และเธอยังเป็น ดิสนี่ย์ ปริ้นเซส องค์เดียว ที่ไม่ได้มีสายเลือด จากราชวงศ์ หรือจากการแต่งงาน โดยทาง วอลท์ดิสนีย์ ได้เพิ่มบทบาท ความเป็นการ์ตูน มากยิ่งขึ้น โดยสร้างตัว ละครสมมติ ขึ้นเป็นมังกร ประจำตระกูล ของบ้านฮัว ที่มีชื่อว่า “มูซู”

ซึ่งเป็นตัวละคร ที่คอยสร้างเสียงหัวเราะ จากผู้ตน และตัวมู่หลานได้ มู่หลานเป็นเรื่อง ของสาวน้อย ผู้ที่เข้าร่วม กองทัพ แห่งจักรพรรดิ เพื่อปกป้อง ชีวิตของบิดา เพราะความที่เป็นสตรี ทำให้มู่หลาน ต้องปลอมตัวเองเป็นผู้ชาย

เพื่อที่จะไม่ให้ใครรู้ และด้วยความสามารถ ของเธอ จึงสามารถชนะศึกต่าง ๆ มาได้ตลอด ทำให้เป็นเกียรติ แห่งวงศ์ตระกูล และประเทศชาติ จึงนับได้ว่าเป็น ก้าวใหม่ ของการ์ตูนดีสนีย์ ที่นำเอาเรื่องราว ต่างชาติมาทำเป็น อนิเมชั่น

นอกจากนี้ มู่หลาน ยังเป็นเอนิเมชัน เรื่องยาวเรื่องแรก ที่สร้างกันที่ แผนกเอนิเมชั่น เรื่องยาวของสตูดิโอ ดีสนีย์ฟลอริดา ที่เปิดดำเนินการ มาตั้งแต่ปี 1989 มู่หลานคือเกียรติยศ และความภาคภูมิใจ ของคนเอเชีย ที่บัดนี้ ได้ถูกประกาศให้โลกรับรู้ จากตำนานกว่า 2000 ปี สู่ภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์

จากการ์ตูน Animation สู่ Live Action

มู่หลาน

ผู้กำกับมากฝีมือ นิกิ คาโร เนรมิตมหากาพย์ เรื่องเล่าของนักรบ ผู้เป็นตำนาน ของจีน ให้มีชีวิตขึ้นมา ในมู่หลาน (Mulan) เรื่องราวของหญิงสาว ผู้ห้าวหาญ ผู้ยอมเสี่ยงทุกอย่าง ด้วยความรัก ที่เธอมีต่อวงศ์ ตระกูล และประเทศชาติ ของเธอเพื่อมาเป็นหนึ่ง ในนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ที่ประเทศจีน เคยรู้จักมา

เมื่อองค์จักรพรรดิ์ แห่งประเทศจีนออก พระราชโองการ ว่าบุรุษหนึ่งคน ต่อหนึ่งครอบครัว จะต้องเข้าร่วม กองทัพ เพื่อป้องกัน ประเทศจากการรุกราน ของผู้บุกรุกทางเหนือ ฮัว มู่หลาน ลูกสาวคนโต ของนักรบ ผู้ทรงเกียรติ ต้องก้าวมารับหน้าที่แทนพ่อ ผู้เจ็บป่วยของเธอ

ด้วยการปลอมตัว เป็นชายหนุ่ม ที่ชื่อ ฮัว จุน เธอถูกทดสอบ ในทุกย่างก้าว และต้องรวบรวม ความเข้มแข็ง ภายในตัวของเธอ และน้อมรับศักยภาพ ที่แท้จริงของเธอ มันคือมหากาพย์ การผจญภัย ที่จะเปลี่ยนเธอ สู่นักรบผู้ทรงเกียรติ และเป็นที่ยอมรับ นับถือจากคนในชาติ และพ่อที่ภูมิใจ

ลูกทุ่ง ซิกเนเจอร์ Look Tung Signature รีวิวหนังไทยดูเพลิน

ลูกทุ่ง ซิกเนเจอร์

ลูกทุ่ง ซิกเนเจอร์ Look Tung Signature ส่วนตัวคาดหวัง ไว้พอสมควร ที่จะได้เห็นอีกมุมหนึ่ง ของพี่ปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่ส่วนตัว ยังไม่เคยดูหนัง เรื่องไหน ที่แกกำกับ นอกจาก หนังแอคชั่น ก็เลยรู้สึกว่า มันน่าจะมีมุมมอง ที่สนใจมาก ๆ ให้ได้เห็น แถมยังเชียร์ ให้ได้ร้อยล้าน ตั้งแต่เห็นไอเดียหนัง ดูหนังออนไลน์

แต่พอเห็นตัวอย่างหนัง เท่านั้นแหละ กลับแอบหวั่นว่า ความเยอะแยะ ของตัวละคร หลากหลายคู่ จะเอาอยู่ได้หรือเปล่า แต่ความอยากดู ไม่ได้ ลดน้อย ถอยลงไป แต่พอได้ดูหนังแล้ว ไอ่ตรงที่แอบหวั่นนั่นแหละ ที่ทำให้เรา ไม่อินกับหนัง เพราะทั้งบท ทั้งการลำดับภาพ มันบาลานซ์ เรื่องราวไม่พอดี ถึงจะแบ่งเล่า เป็นก๊อก ๆ แล้ว

แต่การเปิด แต่ละที บางครั้ง มันไม่สุดก๊อก สุดซีน ก็เปลี่ยนไปเล่า ตอนใหม่ต่อแล้ว ไดนามิก มันก็เลยเรื่อย ๆ เนือย ๆ มาก ดู ๆ ไปก็น่าเบื่อ รวมถึงตรรกะ บางจุดบางตอน มันอ่อนเปลี้ย จนถึงขั้น ไม่เชื่อ ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ และเรื่องราว ที่เริ่มมาท่าดี น่าติดตาม ของหลายตอน มันกลับจบได้น่าเสียดายสุด ๆ

ที่ไม่น่าเชื่อ แบบวายวอด ก็เป็นตอนกองถ่ายของ กาย ชัยธรรศ ลูกมาช่า กับ น้องจอย พัชรี ที่มีผู้กำกับ มีทีมงานห่า ๆ แบบนั้นอยู่ ที่เราไม่เชื่อว่า ระดับกองถ่ายหนัง ระเบิดเถิดเทิง ขนาดนั้น มันจะมีการทำงานเหี้ย ๆ แบบตัวละคร พวกนั้น ซึ่งถ้าปรับเปลี่ยน ความสมเหตุสมผล เราอาจจะชอบหนัง ทั้งเรื่องมากขึ้น

ส่วนตอนของพี่น้อย วงพรู ที่พอเค้าให้เราเห็น ไข่มุก The Voice ตั้งแต่หน้าหนังแล้ว ช็อตดีไซน์ และการเล่า ที่พยายาม ซ่อนหน้า ซ่อนตา ให้ลุ้น ให้รัก มันก็เลย พลอยไม่ได้ผลไปเลย เพราะเรารู้แล้วว่า เป็นไข่มุก พอมันรู้ก่อน ตัวละคร

ลูกทุ่ง ซิกเนเจอร์

สภาวะอยากรู้จัก อยากเจอ เหมือนตกอยู่ใน ภวังค์รัก มันก็เลยไม่ออก ตอนของ พิสมัย วิไลศักดิ์ กับ สมบัติ เมทะนี ที่ใช้แฟลชแบ็ก ขาวดำ ก็ขัดอารมณ์ และความต่อเนื่อง ลื่นไหลอย่างรุนแรง ทั้งที่ฉากนี้ มันชวนให้ดราม่า โรแมนติกมาก ๆ

ตอนของ นน The Voice กับ น้องพลอย ศรนรินทร์ ที่เราชอบโมเมนต์ การเฝ้ารอคอย ท่ามกลางเมืองกรุง ผู้คนพลุกพล่าน วุ่นวาย แต่ยังมีการรอคอย อย่างใจเย็น ด้วยความหวังของคน ๆ หนึ่ง ที่ยังทำงาน ของมันอยู่ตรงนั้นมาก ๆ แต่มันกลับ แบนเรียบราบ จนน่าหั่นทิ้ง หรือไม่ก็ใส่เท็กซ์ Interval

จบด้วยการแสร้งภาพ สื่อมวลชน ที่เราไม่เชื่อว่า นักข่าวจะหยุดทำข่าว เพราะแคร์ความส่วนตัว ความเป็นมนุษย์ ของคนที่กลายเป็น สินค้าข่าว ไปแล้วแบบยอมไม่เก็บภาพ ไคลแม็กซ์เอาง่าย ๆ ขนาดนั้น ซึ่งก็ไม่มีจุดอธิบาย จุดเปลี่ยนความคิด ยิ่งทำให้มันไม่น่าเชื่อมาก ๆ

หนิม AF กับ ชาคริต ก็น่ารัก แต่มันไม่มีอะไร คอนวินซ์ เพียงพอ ให้เชื่อว่า ตัวละครมันจะเสียใจ ขนาดนั้น ที่พระเอก ดาราที่แอบรัก แอบชอบ แต่งงาน แถมส่วนของ มิวสิคัล ก็ยังลิปซิงค์ ชัดจนมันไม่ลื่น ไปกับภาพ

จับตีคอร์ดกีตาร์สด ๆ มันก็ไม่เนียน ไม่ซิงค์เลย ยิ่งพอร้องเสร็จ ก็ให้ตัวละคร พูดขึ้นทัน นี่ยิ่งเห็นร่องรอย ต่อของเสียงชัดมาก ๆ จนมันสะดุด ทั้งที่เรื่องราวของหนุ่มขับแท็กซี่ มันทำให้ร้องห่ม ร้องไห้ ตามได้ง่าย ๆ เลย

ตอนของ กอล์ฟ เบญจพล กับ นุ่น ศิระพันธ์ เป็นตอนที่ รู้สึกว่า ครบองค์ที่สุด ไดนามิก ชัดที่สุด เพราะคอนฟลิกต์ มันชัดกว่า ตอนอื่น ๆ รวมถึงไคลแม็กซ์ มันก็ใหญ่โตมาก ๆ ด้วยการเปลี่ยนแปลง ของตัวละคร ที่ทำให้ใครอิน ตอนนี้ก็อินไปเลย

หรือใครหยี ก็ขยาดไปเลย แต่โชคดีที่เราอยู่ฝ่ายอิน กอล์ฟ ดีนะแต่ยังติดภาพตลก ของเค้าอยู่ ชอบนุ่นมาก ๆ มาน้อยแต่ดีงาม แล้วก็สุดท้าย ตัวละครของ เบน ชลาทิศ กับ ฮาย อาภาพร ที่ใช้เป็น เส้นเรื่อง เคารพบูชา ลูกทุ่งแบบตรง ๆ รวมทั้งใช้ปิดเรื่อง

น่าจะเลือก ให้เหลืออย่างมาก แค่ 5 คู่ แล้วหาคอนเซ็ปต์ จุดขาย ที่มันชัดกว่านี้ นอกจากการเป็น เพลงลูกทุ่ง เพราะแต่ละตอน มันน่าสนใจมาก ๆ อยู่แล้ว เหลือแค่ใส่รายละเอียด ให้มันดีมากขึ้น เสียดาย ๆ ทั้งที่เพลงก็เพราะ พล็อตหลายอันก็ดี

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมฯ

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมฯ เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 17 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 13.30 น. นายสำเริง ไชยเสน รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรกรจังหวัดเชียงใหม่

โดยนางเขมวรรณ ดวงจันทร์ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ นายปฐมชาติ ศรีเจริญจิตร์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร เลขานุการ ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นคณะทำงานขับเคลื่อนระดับจังหวัดร่วมประชุม ณ ห้องประชุมสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

เกิดแผ่นดินไหวเช้านี้ชาวอำเภอวังเหนือลำปาง​ รับรู้ได้​

เกิดแผ่นดินไหวเช้านี้ชาวอำเภอวังเหนือลำปาง รับรู้ได้ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ ที่ 18 มิถุนายน 2564 เวลา​ประมาณ 06.31 น.​ เจ้าหน้า​ที่ ปภ.ลำปาง​ สาขาวังเหนือ​ ได้รับแจ้งจากทางปลัด อบต.ทุ่งฮัว อำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง

เกิดแผ่นดินไหวเช้านี้ชาวอำเภอวังเหนือลำปาง

ว่าเกิดแผ่นดินไหว รับความรู้สึกได้ในพื้นที่ ตำบลทุ่งฮั้ว​ขนาด​ 3.5 ริกเตอร์​ ลึกจากผิวดิน​ 1​ กิโลเมตร​ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่แตกตื่น​ เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีความเสียหายเกิดขึ้น

The Nun หนังสยองขวัญ ของจักรวาลหนัง The Conjuring

The Nun

The Nun หนังสยองขวัญ ของจักรวาล The Conjuring จุดประสงค์ ของหนังเรื่องนี้ คือ การต่อยอด คาแรกเตอร์ ตัวละคร สุดขโมยซีนใน The Conjuring 2 อย่างผีแม่ชี หรือ เป็นร่างจำแลง ของปีศาจร้าย ที่ชื่อว่า “วาลัค” movie hd

ให้ผู้ชม ได้มีโอกาส รู้จักต้นกำเนิด และที่มาที่ไปของ ปีศาจตนนี้ ให้มากขึ้น ปัญหาประการเดียว ของหนังอย่าง The Nun คือ เป็นหนังที่แทบ จะไม่มีพล็อตเรื่อง อะไรสำคัญนัก หรืออันที่จริง ต้นกำเนิด ของปีศาจ วาลัค ก็ไม่ได้ช่วย ให้ความกระจ่าง กับจักรวาลนี้ มากขึ้นเท่าไหร่

เพราะมันเป็นเหมือน หนังคั่นเวลา เพื่อรอหนัง The Conjuring ภาคถัดไป ซึ่งถ้าหาก เราเทียบกับบรรดา หนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว The Conjuring น่าจะคล้ายคลึง กับหนังอย่าง The Avengers หรือ Justice League ส่วนบรรดาภาคแยกนั้น ก็น่าจะคล้าย หนังขยายจักรวาล ที่ไม่จำเป็นต้องดูก็ได้

เป็นหนังที่เจอ กระแสวิพากษ์วิจารณ์ แบบยับ ๆ ตั้งแต่ช่วงแรก ๆ ที่เข้าฉาย บางเพจหนัง ให้คะแนนตกต่ำ ถึงขั้น 2-3 คะแนนเต็ม 10 คะแนน ก่อนไปดู The Nun เราเลยไม่คาดหวังซะ สิ้นเรื่อง ไม่สนุกของเขาอาจจะสนุกของเราก็ได้

ละครหลัก ทั้งสาม ไม่ว่าจะเป็น แม่ชีไอรีณ บาทหลวงเบิร์ค เฟรนชี่ ที่มักจะพาตัวเอง เข้าไปอยู่ในพื้นที่ ที่ไม่ควรจะอยู่ อาทิ การพูดว่า “ฮาโหล” กับสิ่งที่อยู่ในเงาดำ ๆ ตะคุ่ม ๆ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่า ในคอนเวนท์ ดังกล่าว ไม่มีมนุษย์ หลงเหลืออยู่แล้ว การที่พวกเขา วิ่งตามปีศาจ จากอดีต ไปในป่าช้า หรือกระทั่ง การเดินตาม ผีแม่ชีที่ตายไปแล้ว เพื่อดูให้แน่ใจ เป็นหนที่สอง ว่านั่นคือคน

พฤติกรรมสิ้นคิด ดังกล่าว ยิ่งทำให้เรา ตั้งคำถาม กับคาแรกเตอร์ ของตัวละคร ทั้งสามว่า ตกลงแล้วพวกเขา อยากจะมาค้นหา ความจริงที่เกิดขึ้น หรือจริง ๆ พวกเขา อยากจะพาตัวเอง มาเป็นเหยื่อ ของความน่ากลัว กันแน่

The Nun

ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งตัวละคร พยายามแสดง อาการหวาดกลัว หวีดร้อง ลั่นโรงหนัง แค่ไหน กลับไม่ทำให้คนดู เกิดความรู้สึก ตามไปด้วย ประกอบกับ คนดูไม่มีโอกาส ทำความรู้จัก “พื้นที่”

ซึ่งหมายถึง ปราสาทคอนแวนต์ อันแสนลึกลับ เพราะอันที่จริง คนดูมีโอกาส ได้เห็นแค่ ห้องแช่แข็ง ทางเดินเข้าปราสาท โบสถ์ ห้องพักชั่วคราว ของแม่ชีไอรีณ และคุกมืดใต้ปราสาท ซึ่งทุกอย่าง มาในลักษณะ “เป็นห้อง” แยกจากกัน โดยเอกเทศน์

คนดูไม่มีโอกาส ได้รู้เลยว่า แผนผังของปราสาท เดินเชื่อมโยง กันอย่างไร ตัวละครเดินไปมาหาสู่ กันอย่างไร และท้ายที่สุด เราก็ไม่มีโอกาส รู้จักตัวละครอื่น ๆ นอกจากตัวละคร เดินเรื่อง ทั้งสามคน เราเลยอุปมา ได้ตั้งแต่แรก แล้วว่า บรรดาแม่ชี คนอื่น ๆ ในคอนแวนต์ นี้ไม่น่าจะมีสภาพ ปกติตั้งแต่แรก

ตรงที่ดูแล้วรู้สึก โอเค และตรงไหนที่รู้สึก เฉย ๆ

The Nun

– ส่วนที่ดูแล้วรู้สึก เฉย ๆ

1. คือด้านพล็อตเรื่อง ไม่ได้มีความแปลกใหม่ ไปมากกว่าการ ที่ปีศาจหลุดออกมา จากขุมนรก แล้วต้องการสิงร่างคน เพื่อแพร่ขยาย ความชั่วร้ายต่อไป พล็อตนี้อันที่จริงก็เบสิก ๆ เหมือนหนังผีฝรั่งทั่วไป

แต่เพราะด้วยความที่ The Nun ถูกปูทางมาด้วยความขลัง ความแม่ชี ความวิหารอลังการ จึงแอบอยากให้มีการสอดแทรก ปมอะไรที่สามารถ หยิบไอ้พวกนี้มาเล่นได้เพิ่ม พอมันมีแค่ปราบปีศาจ มันเลยเฉย ๆ อะ ไม่ว้าวเท่าไร

2. การดำเนินเรื่องแบบเนิบ ๆ ซะเป็นส่วนใหญ่ หากไม่ใช่ฉาก ที่ต้องปะทะกับผี จึงมีบางช่วง ที่หนังค่อนข้างอืด ๆ เอื่อย ๆ ชวนให้หลับ ยิ่งผสมรวมกับโทนสีของหนังที่ มืด ๆ ดำ ๆ ด้วยแล้ว ยานอนหลับชั้นดี

3. แม้หนังจะมีความ ตุ้งแช่ อยู่ระดับหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้หนัง น่ากลัวมากนัก ด้วยความที่หนัง มักบิ้วด์อารมณ์ ในซีนที่ตั้งใจ จะหลอกคนดูก่อน มันทำให้เราเตรียมใจไว้ระดับนึง ว่าซีนนี้แม่งต้องมาแน่ ๆ พอมันมาจริง ๆ เลยแบบ… ก็เดาไว้แล้วแหละ ซีนไม่ตุ้งแช่ก็มีบ้าง

อีกจุดนึงที่รู้สึกนอยด์ กับตัวละคร พวกแกจะกล้าไปไหน ทำไมต้องแยกกันเดินคนเดียว ทำไมเวลาเห็นอะไร ผิดสังเกต แล้วต้องวิ่งเข้าไปหา จะไปพิสูจน์เหรอ ว่านั่นใช่ผีรึเปล่า สุดท้ายก็โดนมัน เล่นงานอยู่ดี

– ส่วนที่ดูแล้วรู้สึก โอเค

1. ผีออกมาหลากหลายฟอร์มมาก ไม่ได้มีแค่แม่ชี ตัวหลักอย่างเดียว แฟนตาซีสุด ๆ ผีบางตัวก็เชื่อมโยง กับปมในอดีต ของตัวละคร ตามมาหลอกหลอน เพราะตัวละครมีปมด้อย ผีบางตัวก็ทำเนียน ดูไม่ออกเลยว่าเป็นผี ผีบางตัวก็แบบแกโผล่มาจากไหน อยู่ดี ๆ นึกอยากจะโผล่ก็โผล่

น่าจับหวดด้วยไม้กางเขน แต่ที่แน่ ๆ คือผีเฮี้ยนกันทั้งนั้น โดยเฉพาะ ผีแม่ชีตัวเอกของเรื่อง ที่ไม้กางเขน และรูปปั้น จีซัส ยังเอาไม่อยู่ เอาจริง ๆ ฉากที่หนังไม่ได้ตั้งใจทำให้ตลก แต่ออกมากลับตลกก็มีเยอะอยู่

2. ตัวเนื้อเรื่อง มีการหักมุมเล็ก ๆ น้อย ๆ เมื่อปมในเรื่องถูกเฉลย ซึ่งตรงนี้ทำได้ดี ทำให้ข้อสงสัยบางส่วน กระจ่างไปได้ ทำให้เรื่องดู make sense ขึ้น จุดเชื่อมโยงกับ The Conjuring ก็ทำได้ดี หลอนพอใช้ได้เลย

3. ทางด้านตัวละคร ตอนแรก นึกว่าบาทหลวง จะเป็นฮีโร่เทพ ๆ แต่เอาเข้าจริงลุงสติหลุดที่สุดเพราะมีปมในใจเลยโดนหลอกง่าย ส่วนแม่ชีไอรีนนี่โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์หน้าตาแบบสาวน้อยใสๆ แต่ใจแกร่งจริง คาดว่าเธอน่าจะเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้คนอยากดูหนังต่อไปเรื่อย ๆ

Walt Disney Pictures หนังอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ MALEFICENT

Walt Disney Pictures

หลังจากค่าย Walt Disney Pictures ประสบความสำเร็จ ในหนังอนิเมชั่น ฟอร์มยักษ์อย่าง MALEFICENT กำเนิดนางฟ้าปีศาจ ในปี 2014 ที่โกยรายได้ ไปอย่างถล่มทลาย ถึง 756 ล้านเหรียญ จากต้นทุนสร้างเพียง 180 ล้านเหรียญ ดูหนัง hd

ด้วยเนื้อเรื่อง สุดคลาสสิค ดัดแปลงนิทานเรื่อง Sleeping Beauty หรือ เจ้าหญิงนิทรา เมื่อปี 1959 ให้บทบาท ถูกพลิกผัน จากตัวร้าย กลายเป็นตัวดี “ปีศาจ” ก็มีความรัก และทำความดีได้ ไม่ต่างอะไรกับมนุษย์ ก่อนจะทิ้งบทสรุป ในตอนท้ายที่ว่า “เจ้าหญิงออโรรา” จะเป็นราชินี ปกครองดินแดน “เดอะมัวส์”

แน่นอนว่าเหล่าแฟน ๆ ต่างเรียกร้อง อยากให้มีภาค 2 เพราะอย่างน้อย เจ้าชายฟิลลิป ก็ยังไม่ได้แต่งงาน กับเจ้าหญิง เหมือนกับนิทาน เช่นนี้แล้ว Walt Disney Pictures จึงไม่รีรอ ที่จะทำภาค 2 เพื่อสานต่อ ความสมบูรณ์ ดังที่แฟนนิทานต้องการ

“มาเลฟิเซนต์” เป็นเทพธิดาเผ่าพันธ์ “ดาร์กเฟย์” ผู้มีพลังเวทย์มนต์ ลึกลับ ตั้งแต่เสกทหาร อสูรต้นไม้ สะบัดปีก ให้เป้าหมาย ปลิวกระเด็น ไปจนถึง สาปคนให้กลายเป็นแพะ เธอรับหน้าที่ดูแลเมือง “เดอะมัวร์” จนกระทั่ง ไปพบรัก กับมนุษย์ หนุ่มที่ชื่อ “สเตฟาน” ชายผู้มีใจอยากเป็นกษัตริย์

แต่พอนานวันไป ทั้งคู่ยิ่งห่างกัน ประกอบ “พระเจ้าเฮนรี” หนึ่งกษัตริย์เมืองมนุษย์ อยากได้เมือง “เดอะมัวร์” จึงนำกองทหารบุกเข้าตี แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ “มาเลฟิเซนต์” ในหลายครั้งหลายครา สุดท้าย “พระเจ้าเฮนรี จึงรับสั่งว่า ” หากผู้ใดก็ตาม สามารถล้างผลาญ มาเลฟิเซนต์ เพื่อแก้แค้น แทนพระองค์ได้ ผู้นั้นจะได้สืบบัลลังก์ต่อไป ”

Walt Disney Pictures

สบโอกาสให้ “สเตฟาน” วางยาเพื่อสังหาร “มาเลฟิเซนต์” แต่เพราะเกิดความสงสาร เขาจึงใช้ดาบ ตัดเอาปีก ทั้งสองของนางออก ก่อนจะกลับไปมอบให้ “พระเจ้าเฮนรี” จนภายหลัง เขาได้ครองเมือง เป็นกษัตริย์ “พระเจ้าสเตฟาน” สมใจหวัง

เมื่อ “มาเลฟิเซนต์” ตื่นขึ้นมา ก็พบว่า ตัวเองถูกหลอก หัวใจของเธอแตกสลาย เธอใช้เวทย์มนต์ สร้างนกกาชื่อ “ดีอาวัล” เพื่อเป็นทาสรับใช้ ทั้งยังเสกให้มีฤทธิ์ แปลงกายได้นานัปการ

ผ่านไปไม่นานนัก “พระเจ้าสเตฟาน” จัดงานสมโภช พระธิดา ที่เพิ่งประสูติ มีพระนามว่า “เจ้าหญิงออโรรา” ระหว่างนั้น “มาเลฟิเซนต์” ได้บุกไปในงาน สมโภช โดยมิได้รับเชิญ แล้วสาปเจ้าหญิง ให้ถูกเข็มปั่นฝ้าย ตำพระดัชนี ในวันเฉลิมพระชนม์ปีที่สิบหก และบรรทมไปตลอดกาล

พระเจ้าสเตฟาน ทรงขอให้นางปรานี นางจึงทูลว่า คำสาปนี้ แก้ได้ด้วยจุมพิต แห่งรักแท้ แล้วก็จากไป ด้วยเหตุนี้ “พระเจ้าสเตฟาน” จึงรับสั่งให้ ริบเครื่องปั่นฝ้าย ทั้งหมดในแคว้น แล้วให้นางฟ้าสามองค์ นำเจ้าหญิง ไปเลี้ยงดูอาศัยในป่า จนกว่าจะถึงวันเฉลิมพระชนม์ปีที่สิบหก

แต่นางฟ้าทั้งสาม ไม่ได้เอาใจใส่ เจ้าหญิง เหมือนดังในนิทาน “มาเลฟิเซนต์” จึงแอบมาปรนนิบัติ ดูแลแทน ครั้นเจ้าหญิง เจริญพระชันษา ที่สิบห้า ได้เสด็จไปพบ “มาเลฟิเซนต์” ทรงรู้สึกเสมือนว่า “มาเลฟิเซนต์” เฝ้าคุ้มครอง ป้องกันตน เสมอมา

ต่อมา “ออโรรา” พบเจ้าชายฟิลลิป จนมีใจปฏิพัทธ์กัน โดยเจ้าชายฟิลลิป ทรงให้คำมั่นว่า จะเสด็จกลับมาหา ออโรรา ให้จงได้ กระทั่งวันเฉลิมพระชนม์ ปีที่สิบหก มาถึง ออโรรา ยังทรงพอพระทัย จะอยู่กับมาเลฟิเซนต์ มากกว่าจะเสด็จกลับ เมืองมนุษย์

แต่กลับรู้ความจริงว่า แม่ทูนหัว ของเจ้าหญิง กลับกลายเป็น ผู้มอบคำสาป ให้พระองค์ ตั้งแต่ตอนพระเยาว์ ทำให้เจ้าหญิง พระทัยสลาย หนีไปยังวังของ “พระเจ้าสเตฟาน” และด้วยฤทธิ์คำสาป แก้ไขไม่ได้ สุดท้ายก็ถูกเข็มปั่นฝ้าย ตำพระดัชนี และบรรทมไปตลอดกาล

แม้ “เจ้าชายฟิลลิป” ผู้มีใจรักแท้ มาจุมพิต เจ้าหญิง แต่ก็เปล่าประโยชน์ “มาเลฟิเซนต์” เสียใจเป็นอย่างมาก ปวารณา จะพิทักษ์รักษา เจ้าหญิง จากเภทภัย ทั้งหลาย จนกว่าจะทรงฟื้นคืนพระชนม์ แล้วก็จุมพิต พระนลาฏ ด้วยความรัก ฉับพลัน เจ้าหญิงทรงตื่นจากพระบรรทม “มาเลฟิเซนต์” จึงเข้าใจว่า รักใดในโลกนี้ ก็ไม่จริงแท้เท่ารักที่แม่มีให้ลูก

หลังจากฟื้นคืนสติ เจ้าหญิงและมาเลฟิเซนต์ พยายามหลบหนีออกจากวัง แต่พระเจ้าสเตฟานมาขวาง และทรงให้ทหาร ใช้ข่ายเหล็ก จับนางฟ้าปีศาจไว้ได้ พร้อมกับนำตัวไปประหาร “ออโรรา” เข้าไปในคุก เพื่อทำลายตู้เก็บปีกของ “มาเลฟิเซนต์” เมื่อปีกกลับมาสู้เจ้าของ จึงได้ฟื้นฤทธานุภาพ โดยบริบูรณ์

9/10 คะแนน สำหรับภาพยนตร์ ที่สร้างมาเพื่อ เอาใจคอหนัง แนวแฟนตาซี เน้นมุมมองด้านจริยธรรม ความรัก ความสามัคคี และความรักของคนที่เป็นแม่

จุดเด่นของ Maleficent: Mistress of Evil

สิ่งแรกที่หลาย ๆ คนรู้สึกประทับมาก ๆ ก็คือเรื่องความอลังการของ CG อนิเมชั่น ระดับเทพ เนรมิตรปราสาท สวยงาม แล้วยังมีเหล่าสัตว์ วิเศษต่าง ๆ ทั้งแฟรี่ ไปจนถึง เอลฟ์ ต้นไม้เจ้าป่า ซึ่งสามารถ เก็บราละเอียดได้มากสุด ๆ ความมีพลังของปีกสีดำ ที่สยายไปมา และฉากสงคราม ในช่วงท้าย ที่ทำให้หลายคน ตื่นตาตื่นใจ

ในส่วนของบท กัดจิก ระหว่างแม่-ลูก “มาเลฟิเซนต์-ออโรร่า” ซึ่งในแต่ละซีน ที่แม่ลูกต้องเจอหน้ากันนั้น “โจลี่” จะแสดงแววตา และสีหน้า ของคนเป็นแม่ ที่ห่วงใยลูกได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีการดำเนิน เรื่องที่ไม่ยืดเยื้อ ตัดเข้าปมก่อสงคราม ได้อย่างรวดเร็ว และสุดท้าย ก็คือการเน้น ด้านสอนคุณธรรม ที่ให้แง่คิด ทำนองว่า รักของแม่-ลูก คือความรักทีแท้จริง และยั่งยืนที่สุด

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดให้บริการวันแรก ให้บริการตามมาตรการ

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดให้บริการวันแรก ให้บริการตามมาตรการ เมื่อวันพุธ ที่ 16 มิถุนายน 2564 เวลาประมาณ 13.00 น. สำนักงานพัฒนาพิงคนคร (องค์การมหาชน) โดยสำนักงานเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี เปิดให้บริการตามปกติเป็นวันแรก โดยเน้นย้ำการให้บริการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19

พร้อมมอบของที่ระลึกเป็นชุด Gift Set จากเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีแก่นักท่องเที่ยวครอบครัวแรกที่มาเที่ยวชม นายเบญจพล นาคประเสริฐ กรรมการบริหาร ปฏิบัติหน้าที่แทน ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาพิงคนคร เปิดเผยว่า หลังจากที่เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้ปิดให้บริการชั่วคราวในช่วงที่ผ่านมา

เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

เมื่อวานนี้ วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน 2564 ได้กลับมาเปิดให้บริการตามปกติเป็นวันแรก โดยนักท่องเที่ยวที่เข้าเที่ยวชมจะต้องจองการนั่งรถชมสัตว์ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าเท่านั้น เพื่อเป็นการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละรอบ ซึ่งได้ปรับเวลาให้บริการเป็นเวลา 13.00 – 19.00 น.

และแบ่งรอบการให้บริการออกเป็น 2 รอบ/วัน ตั้งแต่เวลา 13.00 – 16.00 น. และ 16.30 – 19.00 น. จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวเพียงรอบละ 150 คน เท่านั้น ซึ่งขณะนี้มียอดการลงทะเบียนออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในวันเสาร์ – อาทิตย์

และเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีได้มอบส่วนลดพิเศษ 50% แก่นักท่องเที่ยวถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ พร้อมให้บริการแก่นักท่องเที่ยว โดยดำเนินการตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด

ตม.เชียงแสน รวบผู้ต้องหาชาวไทย พร้อม 4 ต่างด้าวชาวอินโดนีเชีย

ตม.เชียงแสน

ตม.เชียงแสน รวบผู้ต้องหาชาวไทย พร้อม 4 ต่างด้าวชาวอินโดนีเชีย เมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา วันพุธ ที่ 16 มิถุนายน 2564 พลตำรวจเอก มนุวัฒน์ กอสนาน ผู้กำกับ ตม.เชียงแสน จัดกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง อำเภอเชียงของ ตำรวจ สภ.เชียงของ ตำรวจท่องเที่ยว ตชด.326 ทหารพราน และ นรข. ตั้งด่าน เพื่อเฝ้าระวังการกระทำผิดกฏหมาย ที่จุดบริการประชาชนบ้านท่าเจริญ หมู่ที่ 10 ตำบลศรีดอนชัย อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย

ในเวลาประมาณ 22.20 น. ได้มีรถกระบะยี่ห้อเอ็มจี รุ่น EXTENDER สีเทา ป้ายแดง หมายเลขทะเบียนนครราชสีมา วิ่งมาจากทาง อำเภอขุนตาล มุ่งหน้าไปทาง อำเภอเชียงของ เจ้าหน้าที่จึงเรียกตรวจตามหน้าที่ พบว่าในรถดังกล่าวมีคนขับและผู้โดยสาร รวมจำนวน 5 คน

ตม.เชียงแสน

แต่พบลักษณะผู้โดยสารมีท่าทางน่าสงสัย เมื่อสอบถามก็สนทนาด้วยภาษาต่างชาติ คุยกันไม่รู้เรื่อง จึงให้ทั้งหมดลงจากรถเพื่อสอบถาม และขอดูเอกสารการผ่านเข้าเมือง ปรากฏว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่มีเอกสารแสดงกับเจ้าหน้าที่

ผู้ขับรถ ให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า มาเที่ยวหาลูกที่ อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา แต่ได้รับการไหว้วานจากพี่เขยให้พาคนงานชาวอินโดนีเซียทั้ง 4 ราย ไปส่งที่ท่าเรือเชียงแสน เพื่อจะข้ามไปทำงานที่เมียนมาร์ โดยรับทั้งหมดมาจาก อำเภอเชียงคำ กำลังมุ่งหน้าไปทาง อำเภอเชียงของ

แต่มาถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้เสียก่อน โดยผู้ต้องหาปฏิเสธรู้เห็นในขบวนการทั้งหมด แค่ได้รับไหว้วานมาเท่านั้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาคนขับชาวไทย “ซ่อนเร้นหรือช่วย ด้วยประการไดๆ แก่บุคคลต่างด้าวที่เข้าเมืองโดยผิดกฏหมาย เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุมของเจ้าพนักงาน” และแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” แก่ชาวอินโดฯทั้ง 4 คน

แมว หนู คู่หูคู่กัด Tom&Jerry การ์ตูนที่ดูตั้งแต่เด็กมาจนโต

Tom&Jerry

Tom&Jerry แมว-หนู คู่รักคู่กัด อายุเพิ่งครบรอบ 80 ปี ไปในปี 2020 แต่ถามว่าทั้งสองตัว ยังไล่หวดกันอยู่ไหม ในปี 2021 มีคำตอบนั้น รออยู่แล้ว ด้วยการเปิดฉายภาพยนตร์ภาคใหม่ ที่ตีความให้ทั้ง ทอม และ เจอร์รี่ ถูกไล่ออกจากบ้าน ดูหนังออนไลน์ฟรี

ทั้งสองเลยร่อนเร่ พเนจร หาที่อยู่ใหม่ โดยที่ เจอร์รี่ ได้บ้านใหม่ ที่โรงแรมหรู บนเกาะแมนแฮตตัน จนกระทั่ง ทางโรงแรม กำลังจะจัด งานแต่งงานครั้งใหญ่ การกำจัดแขกไม่ได้รับเชิญ จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่ง

และวิธีการที่ดีที่สุดก็คือการใช้ศัตรูโดยธรรมชาติของหนู จึงทำให้ ทอมโดนดึงตัวมาทำงานร่วมกับพนักงานโรงแรมหน้าใหม่ และนั่นทำให้ภารกิจแมวไล่จับหนูกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปทั่วเกาะแมนแฮตตันกันทันที!

ภาพยนตร์ Tom&Jerry ฉบับปี 2021 ใช้เทคนิคการสร้างแบบผสมผสานระหว่างคนแสดงกับงานอนิเมชั่น 3D CG แต่เรนเดอร์งานให้ภาพออกมาเหมือน 2D โดยทางทีมงานสร้างระบุว่าเลือกใช้วิธีการสร้าง เช่นนี้ เพื่อเก็บอรรถรส การเล่นมุก อย่างที่เคยเป็นมา ให้ได้มากที่สุด

Tom&Jerry

รวมถึงการทำให้ ทอมกับเจอร์รี่ กลับมาเป็นตัวละคร (เกือบ) ใบ้ แตกต่างจากภาพยนตร์ฉบับปี 1992 ที่ให้ตัวละครพูดได้ แต่กระแสตอบรับย่ำแย่ จากตัวอย่างที่ออกมาฉาย ให้ดูกันตั้งแต่ปลาย ทอม กับ เจอรี่ เป็นผลงานการสร้างสรรค์ ของ วิลเลี่ยม ฮันน่า กับ โจเซฟ บาร์เบร่า

ผู้ให้กำเนิด Hanna Barbera Studio และได้ผ่านมือของผู้กำกับ ผู้อำนวยการสร้าง มากความสามารถ หลายต่อหลายคน ก่อนที่แมวหนูคู่นี้ จะกำเนิดขึ้นนั้น ขอย้อนกลับไปในช่วงปลายยุค 30 ทั้งฮันน่า กับ บาร์เบร่า ได้เข้าร่วมงานกับ MGM cartoon studio

ซึ่งตัวการ์ตูนที่ทั้งสองคนได้คิดค้นนั้น ก็เป็นตัวการ์ตูนแมวกับหนู ในหนังอนิเมชั่นชื่อ Puss Gets the Boot ซึ่งสร้างเสร็จปี 1939 และออกฉายในโรงวันที่ 10 ก.พ. 1940

ต่อจากนั้น ฮันน่า กับ บาร์เบร่า ก็ง่วนกับการทำอนิเมชั้นเรื่องสั้นเนื้อหาอื่น ๆ จนกระทั่ง โปรดิวเซอร์ เฟรด ควิมบี้ ได้ขอร้อง ให้ทั้งคู่กลับมาทำอนิเมชั่น เนื้อหาหนูกับแมวอีกครั้ง ซึ่งทั้งคู่ก็ยินดี ฮันน่า กับ บาร์เบร่าจึงได้จัดการประกวด ชื่อของตัวการ์ตูนคู่หูหนูแมวคู่ใหม่ ของเขาภายในสตูดิโอ

และก็มีคนเสนอหลายชื่อจนกระทั่ง จอห์น คาร์ อนิเมเตอร์ คนหนึ่ง ได้เสนอชื่อ “ทอม” กับ “เจอรี่” ขึ้นมา ซึ่งทั้งคู่ก็ชอบอกชอบใจชื่อนี้มาก ก็เลยกลายเป็นชื่อของตัวการ์ตูนแมวหนูของเขาไปโดยปริยาย

พล็อตเรื่อง

Tom&Jerry

ทอม กับ เจอรี่ มีพล็อตเรื่อง ที่แสนเรียบง่าย โดยแต่ละตอน เจ้าทอมจะพยายามไล่จับเจอรี่ให้ได้ ในแต่ละครั้งก็สร้างความเสียหาย แก่สิ่งของรอบข้าง ซึ่งจุดนี้ก็ยังไม่สามารถเคลียร์ ได้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับเหตุผล ที่ทอมพยายามไล่จับเจอรี่มากมายถึงเพียงนี้ ทั้ง ๆ ที่ มีเพียงไม่กี่ตอนเท่านั้น ที่ทอมพยายามจะจับเจอรี่ เพื่อกินเป็นอาหาร

โดยหลายฝ่ายให้เหตุผลว่า เป็นธรรมชาติของแมวที่ต้องไล่จับสัตว์คู่ปรับอย่างหนู หรือ เป็นคำสั่งของเจ้านาย เจอรี่เลยเป็นฝ่ายป่วนทอมซะเอง , อยากแก้แค้น, เจอรี่เป็นคนช่วยชีวิตเหยื่อของทอมไว้ หรือไม่ก็แข่งกับแมวตัวอื่นๆ และ พยายามโชว์อวดแมวสาว เป็นต้น

A Quiet Place ดินแดนไร้เสียง ภาพยนตร์ไซไฟ ระทึกขวัญ

A Quiet Place

เสียง คือ สิ่งที่คุณมองไม่เห็น และทำให้เนื้อเรื่อง น่ากลัว มากยิ่งขึ้น ไบรอัน วูดส์ หนึ่งในผู้เขียนบท A Quiet Place ให้สัมภาษณ์ไว้ และนี่คือภาพยนตร์ ที่มีบทพูด น้อยมาก แต่กลับลุ้นระทึก จนแทบลืมหายใจ ดูหนังใหม่ออนไลน์

หลังจาก ปล่อยตัวอย่าง ภาพยนตร์ เรียกความฮือฮา มานาน ในที่สุด ก็จะถึงเวลาเข้าฉายเสียที กับ ‘A Quiet Place ดินแดนไร้เสียง’ ภาพยนตร์ไซไฟ ระทึกขวัญ อำนวยการสร้างโดย ไมเคิล เบย์, แอนดรูว์ ฟอร์ม และแบรด ฟูลเลอร์

รับบทนำ โดยนักแสดง คุณภาพอย่าง เอมิลี บลันต์ และ จอห์น คราซินสกี ซึ่งเป็นครั้งแรก ที่สามีภรรยา ในชีวิต จริงคู่นี้ มารับบทด้วยกัน โดยจอห์น คราซินสกี รับหน้าที่ กำกับ และร่วมเขียนบท ด้วยอีกต่างหาก

นอกจากนี้ ยังมีนักแสดง เด็กมากความสามารถ อย่าง มิลลิเซนต์ ซิมมอนด์ส (จากเรื่อง Wonderstruck) และ โนอาห์ จูป (จากเรื่อง Wonder)

A Quiet Place เล่าเรื่องราว ของครอบครัว แอบบ็อตต์ ที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่ในฟาร์ม นอกเมือง พวกเขาต้องใช้ชีวิต ในความเงียบ เพื่อให้รอดพ้น จากอสุรกาย ลึกลับ ที่พร้อมจะออกไล่ล่า เมื่อได้ยินเสียง

จุดเริ่มต้น ของโปรเจกต์ ภาพยนตร์ A Quiet Place เกิดขึ้นเมื่อ จอห์น คราซินสกี ได้รับบทร่างแรก ของหนังเรื่องนี้ เรื่องราว มันกระทบใจ เขาทันที เพราะภรรยาของเขา เอมิลี บลันต์ เพิ่งคลอด ลูกสาวคนที่ 2 และพวกเขา ต้องใช้ชีวิต อยู่กันแบบเงียบ ๆ กังวลกับ ความกลัว ในการเป็นคุณพ่อ คุณแม่ มือใหม่

A Quiet Place

“ผมรู้สึกอิน กับมันอย่างที่สุด ผมรู้สึกว่า ภายในเรื่องเรียบ ๆ นี้มันทรงพลัง อย่างมาก พ่อแม่สองคน พยายามปกป้องลูก ๆ ของพวกเขา ด้วยการทำ สิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ นั่นก็คือ การใช้ชีวิตอยู่ โดยไม่ทำ ให้เกิดเสียงดัง มันทำให้จินตนา การของผม โลดแล่น มีไอเดียมากมาย ที่ผมอยากสำรวจ”

เสียง คือ สิ่งที่เรียก ให้เหล่าอสุรกาย มาตามล่าพวกเขา ครอบครัว แอบบ็อตต์ ต้องคิดหาวิธี ที่จะทำให้เสียง เบาที่สุด อย่างเช่น การโรยทราย เอาไว้ตามทางเดิน การทาสี แผ่นพื้นกระดาน เพื่อไม่ให้เกิดเสียง เอี๊ยดอ๊าด และการทำ ระบบแสง เพื่อสื่อสารขึ้นมา

ความสนุกของ งานเขียนบท ก็คือ การดูว่า เราจะนำเอาไอเดีย ที่จะต้องอยู่อย่างเงียบ ๆ นี้ไปใช้ ได้มากแค่ไหน ผมเริ่มฟัง ทุกสิ่ง ทุกอย่างเลย จากเสียงกระทบกัน ของเครื่องเงิน กับจาน จนถึงเสียง ตกของรองเท้า เมื่อคุณถอดมันออก ระหว่างที่เขียนบท

มันกลายเป็น เกมในบ้านของเรา ซึ่งเอมิลี บลันต์ กับผมจะพยายาม ทำตัวให้เงียบ ถ้าพวกเราทำเสียงดัง เราจะพูดว่า ‘คุณตายแล้ว’ มันกลับกลายเป็น วิธีการเตรียมตัว ทำงานในหนังเรื่องนี้ ที่ดีมาก”

และเมื่อเรื่องราว มาถึงจุดพลิกผัน เพื่อกระตุ้น ความตื่นเต้น และหวาดกลัว จอห์น และทีมเขียนบท จึงเติมภารกิจ ให้ครอบครัว แอบบ็อตต์ ด้วยการให้ตัวละครตั้งครรภ์ ต้องคลอดลูก และเลี้ยงทารก โดยไม่ให้มีเสียง เอมิลี บลันต์ ผู้รับบท เอฟเวอลีน ภรรยาของลี ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“สิ่งที่ทำให้ฉันตกหลุม รักบทภาพยนตร์ เรื่องนี้ ก็คือมันไป แตะความหวาดกลัว ที่ลึกที่สุดของฉัน ในฐานะแม่ ที่ไม่สามารถปกป้องลูก ๆ ได้ ฉันชอบความลึกลับ และความสวยงาม ของเรื่องนี้ ซึ่งมันมีเกินกว่า บรรยากาศ ของภาพยนตร์ สยองขวัญไปแล้ว”

ความระทึกขวัญ ของหนัง ที่มีบทพูด เพียงน้อยนิด เรื่องนี้ คือการใช้เสียง กดดันความรู้สึก ของคนดู ให้มีส่วนร่วม ทั้งยังรู้สึกอึดอัด ไปกับการสื่อสาร แบบไร้เสียง ของตัวละคร แม้ว่าในหนัง จะมีเสียงประกอบ ทั้งเสียงนก เสียงคนเดินไปมา

A Quiet Place

แต่เมื่อมัน ดำเนินไปเรื่อย ๆ เราพบว่า ยิ่งดู จะยิ่งอินตาม ไปกับตัวละคร คล้ายไปอยู่ร่วม ในบ้านหลังนั้น กับพวกเขา และในหลาย ๆ ฉากก็ต้อง กลั้นหายใจ ไม่ให้เผลอ ส่งเสียงตาม เนื้อเรื่อง ไปเลยก็ว่าได้

จอห์นให้สัมภาษณ์ว่า “มันคือการคิดใหม่ ว่าเสียง คือ สิ่งสำคัญ สำหรับพวกเรา ทุกคน ต้องเรียนรู้ ที่จะเงียบ ในแบบที่เรา ไม่เคยทำ ในกองถ่ายมาก่อนเลย และจากความเงียบนั้น เมื่อคุณได้ยินเสียงน้ำ หรือเสียงต้นไม้ ถูกลมพัด มันมหัศจรรย์มากเลยนะ

เพราะเราอยู่ ในยุคปัจจุบัน ที่เต็มไปด้วยเสียงโทรศัพท์ และเสียงอื่น ๆ เราแทบไม่มีโอกาสที่จะเงี่ยหูฟัง ดังนั้นเราทุกคน จึงตื่นเต้นมาก กับไอเดีย เงียบเสียง ในกองถ่าย และในภาพยนตร์เรื่องนี้ คนดูจะได้ยิน ทุกเสียง ในแบบที่พวกเขา อาจไม่เคยได้ยินมาก่อน”

ในส่วนของ ตัวแสดง นอกจาก เอมิลี บลันต์ และ จอห์น คราซินสกี ที่รับบทสามีภรรยาแล้ว ยังมีนักแสดง อีกสองคน รับบทลูก ของพวกเขา นั่นคือ มิลลิเซนต์ ซิมมอนด์ส และ โนอาห์ จูป ซึ่งบอกเลยว่า ทั้งคู่ทำได้ดีมาก ทีเดียว

ทำให้เรารู้สึก หวาดกลัว ตามไปด้วย โดยเฉพาะ มิลลิเซนต์ ซิมมอนด์ส รับบทลูกสาว ที่พิการทางหู ทำให้เธอ ใช้ชีวิต ยากกว่าคนอื่น ต้องแบกความรู้สึก หนักหนาเอาไว้ โดยถ่ายทอดออกมา ผ่านหน้าตา ท่าทาง ได้เท่านั้น